BANGKOK GEMS TRAINING CENTER A SPECIAL GEM TRAINING PROGRAM : IDENTIFICATION :GRADING QUALITY :PRICING : BY PROFESSIONAL GEMOLOGISTS |
|||||||
ตลาดพลอย การค้าขายพลอย ในประเทศและต่างประเทศ พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งด้านการออกแบบ ราคา และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อสนองความต้องการในประเทศ มากขึ้น เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีอัตราที่สูงในแต่ละปี ขณะเดียวกันได้มีการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้มีมาตร ฐานตามที่ตลาดภายในประเทศและต่างประเทศต้องการ จึงทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลอยและไข่มุกเข้าใจถึง คุณภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้นกว่าในอดีตและเริ่มมีการรวมกลุ่มการผลิตขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งนี้โดยมีส่วนราชการคือกรม ส่งเสริมอุตสาหกรรมรวมทั้งองค์กรพัฒนาภาคเอกชนในท้องถิ่น(NGO)เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ทำให้ผู้ประกอบการผลิต พลอยและไข่มุกมีความมั่นคงมากขึ้น และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นโดยที่ภาวะต่างๆจะผันแปรตามภาวะของอุตสาหกรรม อัญมณีและเครื่องประดับของไทยเป็นหลัก
ค่าการนำเข้าสินค้าพลอยและไข่มุกจากต่างประเทศเท่ากับ 4,886.75 และ 4,738.59 ล้านบาทในปี พ.ศ.2543และ2544 ตามลำดับ และมีการนำเข้าสินค้าพลอยและไข่มุกจากประเทศต่างๆที่สำคัญได้แก่ ประเทศอินเดีย สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง สวิตเซอร์แลนด์และเยอรมันเป็นต้น การนำเข้าพลอยและไข่มุกจากต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแม้ว่าปี2544จะมีการลด ลงของอัตราการขยายตัวแต่อยู่ในสัดส่วนที่ไม่มากนัก โดยมีอัตราการขยายตัวปี พ.ศ. 2543 และ 2544 เท่ากับร้อยละ 21.22 และ -3.03 ตามลำดับ ดังนั้นจึงควรมีการส่งเสริมให้มีการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และควร รณรงค์ให้คนไทยบริโภคสินค้าภายในประเทศเพื่อลดการสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศ
ของประเทศที่สำคัญของไทย รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โดยราคาในการจำหน่ายจะขึ้นอยู่กับขนาดและความประ ณีตของตัวผลิตภัณฑ์เนื่องจากเป็นสินค้าที่ราคามักแปรผันตามความสวยงาม สำหรับผู้ประกอบการเจียระไนพลอยส่วน ใหญ่รับซื้อพลอยจากแหล่งเจียระไนที่สำคัญ (จังหวัดจันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี)คือ พ่อค้าจากกรุงเทพมหานครเป็น หลักโดยเข้าไปซื้อพลอยมีค่าเหล่านั้นมาเพื่อส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศเป็นบางส่วนแต่ส่วนใหญ่จะนำมาประกอบ ตัวเรือนเครื่องประดับต่างๆและจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศ
ตลาดสินค้าพลอย (Gems, Precious and Semi Precious Stone) เดิมแหล่งผลิตพลอยสีที่สำคัญของโลกมีอยู่ 5 แห่ง และเครื่องประดับของไทยจึงมีการใช้้วัตถุดิบพลอยไปมากมีผลให้พลอยที่ขุดพบในไทยมีน้อยลงมาก แต่ปัจจุบันไทยยัง คงเป็นศูนย์กลางการค้าพลอยที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากมีจากความสามารถพิเศษในการหุงหรือเผาพลอยเพื่อ เพิ่มคุณภาพของพลอยรวมทั้งฝีมือในการเจียระไนที่เป็นที่ยอมรับของตลาดโลกทั้งนี้ สามารถจำแนกตลาดสินค้าพลอย ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ พลอยเนื้อแข็ง (Precious Stone) ได้แก่ ทับทิม ไพลิน เป็นต้น พลอยเนื้ออ่อน (Semi Precious Stone) ได้แก่ เพทาย โกเมน เป็นต้น เป็นมุกเลี้ยงชนิดแรกที่ผลิตได้ในโลก ญี่ปุ่นเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้ามุกของโลก แต่ในช่วง 10 ปีีที่ผ่านมานี้จีน ขยายการผลิตมุก Akoya และมุกน้ำจืด โดยมีการพัฒนาคุณภาพและขนาดของเม็ดอันทำให้ฮ่องกงกลายเป็นศูนย์กลาง การค้ามุกของโลกอีกแห่งหนึ่ง การแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในตลาดต่างประเทศแบ่งเป็น 3 ระดับคือ ตลาดระดับบน(สินค้ามี คุณภาพดีและราคาแพง) ไทยยังเป็นรองประเทศอิตาลีและฮ่องกง เนื่องจากประเทศดังกล่าวมีข้อได้เปรียบด้านเทคโนโล ยีการผลิต การออกแบบ และการทำตัวเรือน ตลาดระดับกลาง (สินค้ามีคุณภาพพอสมควร และมีราคาปานกลาง) เป็น ตลาดซึ่งไทยมีจุดแข็งในด้านฝีมือและความประณีตในการเจียระไน นอกจากนี้ค่าแรงงานยังต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ตลาดระดับนี้เนื่องจากมีค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าไทยและประเทศพัฒนาแล้วมาก ทำให้ฐานการผลิตถูกย้ายไปสู่ประเทศดัง กล่าวข้างต้น ดังนั้นผู้ผลิตไทยจะต้องพัฒนารูปแบบเพื่อเข้าสู่ตลาดระดับกลางให้มากขึ้น ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าพลอยและไข่มุกไปยังตลาดโลกคิดเป็นมูลค่า 9,475.14 และ 9,015.61 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2543และ 2544 ซึ่งมีอัตราการขยายตัวในการส่งออกของปีพ.ศ. 2543และ 2544 เท่ากับ 3.73 และ -4.85ตามลำ ดับโดยมีตลาดส่งออกสินค้าพลอยและไข่มุกที่สำคัญของประเทศไทย ดังต่อไปนี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีมูลค่าส่งออกพลอยและไข่มุกจากประเทศไทยไปประเทศสหรัฐอเมริกาเท่ากับ 3,176.83 และ 2,695.03 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 33.53 และ 29.89 ของมูลค่าการส่งออกพลอยและไข่มุกของประเทศไทย ในปี พ.ศ.2543 และ 2544 ตามลำดับ หรือคิดเป็นร้อยละ 21.44 และ 19.72 ของมูลค่าการส่งออกพลอยและไข่มุกของประเทศไทยในปีพ.ศ.2543 และ 2544 ฮ่องกง โดยมีมูลค่าส่งออกพลอยและไข่มุกจากประเทศไทยไปฮ่องกงเท่ากับ 805.40 และ 957.93 ล้านบาท หรือคิดเป็น สวิตเซอร์แลนด์ โดยมีมูลค่าส่งออกพลอยและไข่มุกจากประเทศไทยไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์เท่ากับ 831.01 และ ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศต่างได้ในสินค้าพลอย และไข่มุกในตลาดระดับกลาง สินค้ามีคุณภาพพอสมควร และมีราคาปานกลางซึ่งเป็นตลาดที่ประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านฝีมือและความประณีตในการเจียระไน นอกจากนี้ค่าแรง งานยังต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้ต่างชาติยอมรับกับฝีมือการเผาพลอยหรือหุงพลอยและการเจียระไนพลอยของ ประเทศไทยจนเป็นที่ชื่นชอบจากต่างประเทศแต่ประเทศไทยก็ไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าในตลาดระดับล่างได้เนื่องจาก ผลิตภัณฑ์จากประเทศจีน อินเดีย และศรีลังกา มีบทบาทมากขึ้นในตลาดระดับนี้เนื่องจากมีค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าไทยและ ประเทศพัฒนาแล้วมากทำให้ฐานการผลิตถูกย้ายไปสู่ประเทศดังกล่าวข้างต้น ดังนั้นผู้ผลิตไทยควรพัฒนารูปแบบเพื่อ เข้าสู่ตลาดระดับกลางและสูงให้มากขึ้น
Bangkok Gems Training Center : No .919/1 Jewelry Trade Center, 3rd floorThe silom Galleria PlazaZone,Silom Road, BangrakBangkok 10500 Tel. (02) 630-3174 , (086) 553-4319, (081) 815-2663 |
|||||||